รูปหน้าปก บทนำสารบัญ
วารสารวิทยาการจัดการ ปีที่ 12  ฉบับที2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2560)
     รายละเอียดบทความ  
  ชื่อบทความ (ไทย)  การสื่อสารบอกเล่าวิถีชีวิตจากอดีตถึงปัจจุบันด้วยบทเพลงร้อง ของชนเผ่าอ่าข่า จังหวัดเชียงราย
  ชื่อบทความ (Eng)  The Communication of Way of Life from Past to Present by Using Song of Akha Tribe in Chiang Rai Province
  ผู้เขียน   ประทัย พิริยะสุรวงศ์ *
  ข้อมูลผู้เขียน  *การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.) สาขาเทคโนโลยีทางการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (2541), ปัจจุบันเป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำโปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
  บทคัดย่อภาษาไทย
      การวิจัยเรื่อง การสื่อสารบอกเล่าวิถีชีวิตจากอดีตถึงปัจจุบันด้วยบทเพลงร้องของชนเผ่าอ่าข่า จังหวัดเชียงราย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทเพลงร้องที่แสดงถึงวิถีชีวิตในอดีตของชนเผ่าอ่าข่าในจังหวัดเชียงรายและเพื่อศึกษาบทเพลงร้องที่แสดงถึงวิถีชีวิตปัจจุบันของชนเผ่าอ่าข่าในจังหวัดเชียงราย การวิจัยครั้งนี้ใช้กลุ่มประชากร 4 หมู่บ้าน คือ บ้านอ่าข่าดอยช้าง บ้านอ่าข่าแสนใจ บ้านอ่าข่าป่าซาง และบ้านอ่าข่าแม่จันใต้ ใช้กลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกจากบุคคลในหมู่บ้านดังกล่าวที่มีความสามารถในบทเพลงร้องจากอดีตถึงปัจจุบันแบบเจาะจง โดยใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูล ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) การสนทนากลุ่ม (Focus Group) พร้อมกับการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม (Participant Observation) และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. เพลงร้องที่ใช้ในอดีตของชนเผ่าอ่าข่า มีความชัดเจนในด้านอายุของเพลงร้องดังกล่าวอยู่ในช่วงระยะเวลา 100 ปีที่ผ่านมา มีเนื้อหาของเพลงร้องมุ่งเน้นในด้านการดำรงชีวิต วัฒนธรรม การแต่งกายชาย-หญิง ความรัก เป็นหลัก เพลงมีเนื้อร้องและลีลาทำนองการร้องในแบบเฉพาะของชนเผ่าอ่าข่า โดยเพลงร้องเหล่านี้มักนิยมร้องและใช้ในการเต้นรำในลานวัฒนธรรมของชุมชน หรือ แด ข่อง (Deh qahq) ซึ่งชนเผ่า อ่าข่าจะใช้เป็นลานสืบทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น 2. เพลงร้องปัจจุบันของชนเผ่าอ่าข่า ช่วงแรกของเพลงจะอยู่ในช่วงของการพื้นฟูวัฒนธรรม เป็นการนำบทเพลงชนเผ่าและบทเพลงที่แต่งขึ้นใหม่มาใช้นำมวลชน เพื่อสร้างความรู้สึกรักเผ่าพันธุ์ตนเองและธำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ส่วนเพลงร้องช่วงเวลาที่สองมีการรับเอาแนวเพลงและทำนองเพลงจากต่างประเทศมาดัดแปลง เนื้อหามีความเป็นสากลและเริ่มขาดเอกลักษณ์ของบทเพลงร้องในอดีตที่ผ่านมา 3. จากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) เกี่ยวกับบทเพลงร้องของชนเผ่าอ่าข่า ได้ข้อสรุปคือ เพลงที่อยู่ในช่วงแรกของยุคปัจจุบันเป็นห้วงเวลาของการฟื้นฟูวัฒนธรรม เพราะการฟื้นฟูวัฒนธรรมด้วยเพลงมีความสำคัญยิ่งยวดในการสื่อสารด้วยบทเพลงภายในชนเผ่า และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ส่งผลให้เพลงร้องมีความแพร่หลายและเป็นต้นแบบของเพลงในห้วงระยะเวลาที่ 2 ในเวลาต่อมา 4. จากการจัดเวทีสนทนากลุ่ม (Focus Group) ได้ข้อสรุปในเวทีว่า บทเพลงร้องในอดีตควรถือระยะเวลาที่ชนเผ่าอ่าข่าอพยพเข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นเกณฑ์ซึ่งจะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 110 ปี โดยมี ผู้อาวุโสบางท่านกล่าวว่าเพลงร้องบางเพลงมีอายุถึง 2000 ปี นั้นยังไม่มีข้อยุติ
  คำสำคัญ เพลงร้อง , การสื่อสารวัฒนธรรม , ชนเผ่าอาข่า , จังหวัดเชียงราย
  Abstract
     The research entitled “ The Communication of Way of Life from Past to Present by Using Song of Akha Tribe in Chiang Rai Province” aimed to study the song which represented the Akha’s way of life in Chiang Rai province in the past and to study the song which represented Akha’s way of life in Chiang Rai Province in the present. The population of this study was Akha tribe people in 4 villages consisted of Akha Doi Change village, Akha Sean Jai village, Akha Pa Sang village, and Akha Mae Chan Tai village. The sample group was selected from the purposive sampling from the Akha tribe people who understood the song from the past to today. The research instruments were the in-depth interview, focus group and participant observation, then the data were analyzed by using the content analysis. The results of the study appeared that; 1. Akha songs which were sung in the past: it could be seen that the previous songs were sung for 100 years. The contents mainly focused on the way of life, culture, costumes of men and women, including love. Those songs were sung in the community lawn and used for dancing in community lawn or “Deh qahq”. Akha tribe used this lawn for the cultural heritage from the generation to the generation. 2. Akha songs which were sung today could be divided into 2 periods. The first period was the old ethnic songs and the new songs were composed to establish the sense of love of their own ethic group and conserve their own culture. The second period was the present period. The songs were changed rapidly by the adaptation of the melody and style of the western country. 3. From the in-depth interview data, it could be concluded that Akha song in the first period was the cultural rehabilitation. The objective of the collection of Akha songs was to establish the consciousness of being Akha for Akha people to love and conserve their own culture. The songs became popular and being the model for the songs in the second period. 4. From the focus group, it was concluded that the song in the past should be counted that it started from the period that they moved into Thailand since 110 years ago, but some senior people said that some songs were sung nearly 2,000 years old. Although, some songs were sung for a long time, there was no historical evidence to support.
   Keywords Song , Cultural Communication , Akha Tribe , Chiang Rai Province
DownLoad