รูปหน้าปก บทนำสารบัญ
วารสารวิทยาการจัดการ ปีที่ 11  ฉบับที2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2559)
     รายละเอียดบทความ  
  ชื่อบทความ (ไทย)  การศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการลงทุนโรงงานผลิตน้ำยางข้นในอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
  ชื่อบทความ (Eng)  A Feasibility Study of Investment on Concentrated Latex Facturing in Amphoe Mueang Bueng Kan Changwat Bueng Kan
  ผู้เขียน  หนูแดง ช่วยบุดดา*, พิษณุวัฒน์ ทวีวัฒน์** ฆนัทนันท์ ทวีวัฒน์***
  ข้อมูลผู้เขียน  1วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วศ.ม.) สาขาธุรกิจเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา (2559) 2วุฒิการศึกษาขั้นสูงสุด สาขาวิชา สถาบันที่สำเร็จการศึกษา (ปีที่สำเร็จการศึกษา), ปัจจุบันเป็น อาจารย์ประจำ สาขาธุรกิจเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา (2559) 3วุฒิการศึกษาขั้นสูงสุด สาขาวิชา สถาบันที่สำเร็จการศึกษา (ปีที่สำเร็จการศึกษา), ปัจจุบันเป็น อาจารย์ประจำ สาขาธุรกิจเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา (2559)
  บทคัดย่อภาษาไทย
     การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อ (1)สำรวจสภาพทั่วไปของตลาดน้ำยางข้น ของจังหวัดบึงกาฬ (2) ศึกษาทางเลือกทางด้านเทคนิคในโครงการลงทุน โรงงานผลิตน้ำยางข้นในเขตพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ (3) เพื่อศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางด้านการเงิน และ (4) ทดสอบความสามารถในการรับการเปลี่ยนแปลงของโครงการลงทุนโรงงานผลิตน้ำยางข้นในเขตพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ การศึกษาใช้ข้อมูลปฐมภูมิที่ได้จากการสังเกตแบบมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์เชิงลึก และข้อมูลทุติยภูมิที่ได้จากการรวบรวมจากหนังสือ งานวิจัย เอกสารทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องตลอดจนการค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ต ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาใช้วิเคราะห์เชิงพรรณนาและเชิงปริมาณ เครื่องมือทางการเงินที่ใช้ได้แก่ ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก, มูลค่าปัจจุบันสุทธิ, ดัชนีกำไร, อัตราผลตอบแทนภายในโครงการ อัตราผลตอบแทนภายในที่มีการปรับค่าแล้ว และการทดสอบค่าความแปรเปลี่ยน ผลการศึกษาพบว่าในปี 2557 ประเทศไทยมีโรงงานผลิตน้ำยางข้น 111 โรงงาน ผลิตได้ประมาณ 700,000 ตันต่อปี ภาคตะวันออกผลิตได้เพียง 104,000 ตันต่อปีในขณะที่อุตสาหกรรมที่ต้องการใช้น้ำยางข้นถึง 200,000 ตันต่อปี จึงต้องพึ่งน้ำยางข้นจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งผลิตได้ 72,250 ตันต่อปี จึงเห็นโอกาสในการลงทุน โดยจังหวัดบึงกาฬ ยังไม่มีโรงงานผลิตน้ำยางข้นแต่มีปริมาณน้ำยางสดในปี 2557 สูงถึง 131,210 ตัน สามารถนำไปผลิตน้ำยางข้นได้ถึง 50,000 ตัน โรงงานที่จะลงทุนมีกำลังการผลิต 15,000 ตันต่อปี ใช้พื้นที่ 10 ไร่และใช้เทคโนโลยีตามรูปแบบโรงงานผลิตน้ำยางข้นส่วนใหญ่นิยมใช้ คือ วิธีปั่นแยก เครื่องปั่นน้ำยางข้น การปั่นจะช่วยเพิ่มแรงดึงดูด และเร่งการเคลื่อนที่ของอนุภาคยาง โดยการปั่นแยกน้ำยางสดจะได้น้ำยางสด 2 ส่วน คือ น้ำยางข้นและหางน้ำยาง ผลการศึกษาทางด้านการเงิน พบว่าที่อายุโครงการ 10 ปี ในกรณีที่ไม่ขอรับสิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุน และขอรับสิทธิประโยชน์ จากการส่งเสริมการลงทุนตามลำดับ จะได้อัตราคิดลดที่ 11.56 และ 11.31 โครงการมีความคุ้มค่าในการลงทุนเพราะมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 7,194,644 บาท และ 21,355,344 บาท ดัชนีกำไร (PI) เท่ากับ 1.07 และ 1.22 อัตราผลตอบ แทนภายในโครงการ (IRR) เท่ากับร้อยละ 12.93 และ 15.30 อัตราอัตราผลตอบแทนภายในโครงการที่มีการปรับค่าแล้ว (MIRR) เท่ากับร้อยละ 12.29 และ13.34 การวิเคราะห์โดยการทดสอบค่าความแปรเปลี่ยนพบว่าผลตอบแทนลดลงได้มากที่สุดเท่ากับร้อยละ 2.39 , 7.00 ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นได้มากที่สุดเท่ากับร้อยละ 7.27 , 21.58 ต้นทุนการลงทุนเพิ่มขึ้นได้มากที่สุดร้อยละ 3.69 , 11.55 และต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นได้มากที่สุดร้อยละ 2.45 และ 7.52 ตามลำดับ แสดงว่าแม้โครงการจะคุ้มทุนทั้ง 2 กรณีแต่ถ้าสามารถขอรับสิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนจะทำให้โครงการมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า
  คำสำคัญ การศึกษาความเป็นไปได้, โรงงานผลิตน้ำยางข้น , บึงกาฬ
  Abstract
     This study aimed to (1) explore general marketing environment of concentrated latex Changwat Bueng Kan (2) study technical aspects of concentrated latex factory (3) perform financial feasibility and (4) test the ability to sustain change of investment on concentrated latex factory in Amphoe Mueang Bueng Karn Changwat Bueng Karn. The study used primary data obtained from participated observation and in-depth interviews and secondary data obtained from books, research papers, and academic papers of various sources including the internet. Financial tools were weighted average cost of capital (WACC), net present value (NPV), profitability index (PI), internal rate of return (IRR), modified IRR (MIRR), and switching value test (SVT). The study result revealed that in 2014 Thailand had 111 concentrated latex factory with the total capacity of 700,000 tons per year the eastern region produced only 104,060 tons per year while there was downstream industries which required 200,000 tons of concentrated latex as raw material.The region relied on northeastern region of 72,250 toms per year which was not enough. Thus there was opportunity for Changwat Bueng Kan which had no concentrated latex factory while there were over 131,210 tons of field latex in 2014. The factory aimed to produce 15,000 tons per year. The factory required area of 10 rais. Production technology of factory based on the Band Mill saw with centrifuging Chemical Treatment and Vacuum Pressure Impregnation Process and the final process is drying in the stove in order to get rid of humidity. The financial result with non-BOI case under project life of 10 years and WACC as discounted rate of 11.56, the project was worth the investment since NPV was 7,194,646 baht, PI was 1.07, IRR was 12.93 percent and MIRR was 12.29 percent. The SVT showed that the benefit could be down 2.39 percent , the operating cost could be up 7.27 percent, the investment cost could be up 3.69 percent and the total cost could be up 2.45 percent hence the project risk was quite low. In BOI case with the same project life, WACC as discounted rate of 11.31, NPV was 21,355,344 baht, PI was 1.22, IRR was 15.30 percent. And MIRR was 13.34 percent. The SVT showed that the benefit could be down 7.00 percent , the operating cost could be up 21.58 percent, the investment cost could be up 11.55 percent and the total cost could be up 7.52 percent hence the project risk was less than non-BOI case significantly.
   Keywords Feasibility Study, Concentrated latex, Bueng Kan
DownLoad